10 สัญญาณว่า “เก้าอี้ทำงาน” ของคุณกำลังทำร้ายหลังแบบไม่รู้ตัว

หลายคนคิดว่าอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือเมื่อยไหล่ เป็นเรื่องปกติของคนทำงานหน้าคอม แต่ความจริงแล้ว “เก้าอี้ทำงาน” อาจเป็นตัวการหลักที่ค่อย ๆ ทำร้ายหลังของคุณแบบเงียบ ๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัว เก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระ ทำให้ร่างกายต้องปรับท่าทางผิดธรรมชาติเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป เกิดอาการปวดสะสม และลุกลามไปถึงหมอนรองกระดูกหรือระบบประสาทในระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณเช็กตัวเองแบบตรงจุด ผ่าน 10 สัญญาณเตือนที่บอกว่าเก้าอี้ตัวเดิมอาจไม่เหมาะกับคุณอีกต่อไป พร้อมอธิบายว่าแต่ละสัญญาณส่งผลกับร่างกายอย่างไร และควรเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่ตรงไหน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งทำงานวันละหลายชั่วโมง บทความนี้อาจช่วยให้คุณเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น และเปลี่ยนการนั่งทำงานให้สบายและปลอดภัยกว่าเดิม
สรุปข้อมูลสำคัญ
-
ปัญหาปวดหลังของคนทำงาน มักเริ่มจากเก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระ
-
สัญญาณเตือน เช่น ปวดหลังล่าง ปวดคอ ไหล่เกร็ง ชาขา
-
สาเหตุหลัก คือพนักพิง เบาะ ที่วางแขน และความสูงไม่สัมพันธ์กับร่างกาย
-
ทางออก คือเลือกเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพที่ปรับได้และรองรับหลังอย่างเหมาะสม
-
TTRacing ออกแบบเก้าอี้โดยคำนึงถึง Ergonomic และการใช้งานจริงระยะยาว
ทำไม “เก้าอี้” ถึงเป็นต้นเหตุปวดหลังแบบไม่รู้ตัว

เก้าอี้เป็นอุปกรณ์ที่ร่างกายคุณสัมผัสต่อเนื่องยาวนานกว่าสิ่งใดในวันทำงาน หากเก้าอี้ไม่รองรับสรีระอย่างเหมาะสม ร่างกายจะพยายาม “ชดเชย” ด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อ แอนหลัง ยกไหล่ หรือขยับท่านั่งผิดธรรมชาติแบบไม่รู้ตัวในทุก ๆ นาที สิ่งเหล่านี้อาจไม่ทำให้เกิดอาการปวดทันที แต่จะสะสมเป็นความล้าเรื้อรัง
เก้าอี้ทำงานที่ดีควรช่วยพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวธรรมชาติ (S-Curve) ลดแรงกดที่หลังล่าง สะโพก และต้นขา แต่เก้าอี้ทั่วไปจำนวนมากกลับเน้นแค่ความนุ่มหรือดีไซน์ โดยละเลยเรื่องการรองรับจริง ทำให้ผู้ใช้งานนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน
เมื่อคุณนั่งผิดท่า ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือน เช่น ปวดตึง คอแข็ง หรือเมื่อยง่าย ซึ่งหลายคนมักมองข้าม หากไม่แก้ตั้งแต่ต้น อาการเหล่านี้อาจพัฒนาเป็นปัญหาสุขภาพระยะยาวได้
เช็กด่วนก่อนอ่านต่อ
คุณนั่งทำงานวันละกี่ชั่วโมง
ลองถามตัวเองตรง ๆ ว่าในหนึ่งวัน คุณนั่งอยู่กับเก้าอี้กี่ชั่วโมง ไม่ใช่แค่เวลาทำงาน แต่รวมถึงการนั่งประชุม เล่นคอม เล่นมือถือ หรือดูซีรีส์หลังเลิกงานด้วย คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่นั่งมากกว่า 6–10 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งคุณนั่งนานเท่าไร คุณภาพของเก้าอี้ยิ่งสำคัญมากขึ้น เก้าอี้ที่ไม่เหมาะอาจไม่แสดงผลในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อจะเริ่มล้า ระบบไหลเวียนเลือดแย่ลง และเกิดอาการปวดสะสม หากคุณเป็นคนที่แทบไม่ได้ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ การลงทุนกับเก้าอี้ที่ดีคือการลงทุนกับสุขภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง
ตอนนี้ปวดตรงไหนมากสุด (คอ/บ่า/หลังบน/หลังล่าง/สะโพก)
ตำแหน่งที่ปวดคือ “จุดบ่งบอกปัญหา” ที่บอกได้ดีมากว่าเก้าอี้ของคุณกำลังผิดตรงไหน ปวดคอหรือบ่า มักมาจากพนักพิงและที่วางแขนที่ไม่สัมพันธ์กับความสูงโต๊ะ ปวดหลังบนแปลว่าพนักพิงไม่รองรับแนวหลังกลาง ส่วนปวดหลังล่างหรือสะโพก มักเกิดจากเบาะที่ยวบหรือพนักพิงที่ไม่รองรับ lumbar
หลายคนพยายามแก้ด้วยการนวด หรือทายา แต่ไม่เคยย้อนกลับมาดู “ต้นเหตุ” จริง ๆ หากคุณเริ่มรู้สึกปวดซ้ำที่เดิมทุกวัน นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าเก้าอี้ตัวเดิมอาจไม่เหมาะกับสรีระคุณอีกต่อไปแล้ว
10 สัญญาณว่าเก้าอี้ทำงานของคุณกำลังทำร้ายหลัง
สัญญาณที่ 1 — นั่งแล้วหลังล่างลอย ต้องคอยแอ่น/งอเอง
หากคุณนั่งแล้วรู้สึกว่าหลังล่างไม่ถูกพยุง ต้องแอ่นหลังหรือหาหมอนมารองเอง แปลว่าพนักพิงไม่รองรับ lumbar curve อย่างเหมาะสม เมื่อหลังล่างลอย กล้ามเนื้อจะต้องทำงานแทนโครงสร้าง ส่งผลให้ปวดเมื่อยง่ายและเกิดอาการล้าเรื้อรังในระยะยาว
สัญญาณที่ 2 — ปวดคอ/บ่า ทั้งที่ทำงานไม่ได้หนัก
อาการปวดคอและบ่าที่เกิดทั้งวัน ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงมาก มักมาจากท่านั่งที่ทำให้ไหล่ยกหรือคอยื่น เก้าอี้ที่ดีควรช่วยให้ศีรษะ คอ และไหล่อยู่ในแนวเดียวกัน ไม่บังคับให้ร่างกายเกร็งโดยไม่รู้ตัว
สัญญาณที่ 3 — ไหล่ยกตลอด เพราะที่วางแขนสูง/ต่ำเกินไป
ที่วางแขนที่ไม่ปรับระดับ ทำให้คุณต้องยกไหล่หรือปล่อยแขนห้อย ส่งผลให้กล้ามเนื้อบ่าและคอทำงานหนัก เกิดอาการตึงและปวดสะสม โดยเฉพาะคนที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดทั้งวัน
สัญญาณที่ 4 — นั่งแล้วสะโพกจม เบาะยวบ ทำให้หลังงอเป็นตัว C
เบาะที่นุ่มเกินไปอาจดูสบายตอนแรก แต่จะทำให้สะโพกจม หลังงอ และกระดูกสันหลังเสียแนว กลายเป็นท่า C-Shape ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหลังล่างและหลังบน
สัญญาณที่ 5 — ปวดก้น/ชาต้นขา เพราะขอบเบาะกดเส้นเลือด
หากขอบเบาะแข็งหรือยาวเกินไป จะกดเส้นเลือดบริเวณต้นขา ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เกิดอาการชา ปวดก้น หรือเมื่อยขาได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อนั่งนาน
สัญญาณที่ 6 — เข่าชันหรือเท้าลอย เพราะความสูงเก้าอี้ไม่สัมพันธ์กับโต๊ะ
ความสูงเก้าอี้ที่ไม่พอดี ทำให้เข่าชันหรือเท้าลอย ส่งผลต่อแรงกดที่หลังล่างและสะโพก เก้าอี้เพื่อสุขภาพควรปรับระดับได้ให้เท้าวางราบ เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา
สัญญาณที่ 7 — นั่งไม่เกิน 30–60 นาทีแล้วต้องขยับหนีความเมื่อย
หากคุณต้องขยับตัวตลอดเวลาเพราะความเมื่อย แสดงว่าเก้าอี้ไม่ช่วยกระจายน้ำหนักและรองรับแรงกดอย่างเหมาะสม ร่างกายจึงพยายามเปลี่ยนท่าเพื่อลดความล้า
สัญญาณที่ 8 — พนักพิงไม่รับหลังกลาง ทำให้หลังบนล้า
หลังกลางเป็นจุดที่หลายๆ เก้าอี้ไม่มี หากพนักพิงรับแค่หลังล่างหรือบน จะทำให้หลังช่วงกลางล้าเร็ว และเกิดอาการตึงสะสมโดยไม่รู้ตัว
สัญญาณที่ 9 — เอนแล้ว “ล็อกไม่ได้/เด้งกลับ” ทำให้เกร็งโดยไม่รู้ตัว
ระบบเอนที่ไม่เสถียรทำให้ร่างกายต้องเกร็งเพื่อทรงตัวตลอดเวลา แม้คุณจะไม่รู้สึกตัว แต่กล้ามเนื้อจะล้าเร็วกว่าปกติ
สัญญาณที่ 10 — ปวดหลังมากขึ้นตอนเลิกงาน แต่ดีขึ้นวันหยุด
นี่คือสัญญาณชัดที่สุดว่า “ต้นเหตุคือการนั่ง” หากอาการปวดหายไปเมื่อไม่ได้นั่งเก้าอี้ตัวเดิม แปลว่าเก้าอี้กำลังทำร้ายร่างกายคุณจริง ๆ
อยากนั่งสบายขึ้น ต้องเลือกเก้าอี้นั่งทำงานเพื่อสุขภาพจาก TTRacing

TTRacing ออกแบบเก้าอี้โดยยึดหลัก Ergonomic จริง ไม่ใช่แค่ความสวยหรือความนุ่ม แต่คำนึงถึงการรองรับหลังทุกส่วน การกระจายน้ำหนัก และการปรับให้เข้ากับสรีระของแต่ละคน ไม่ว่าคุณจะทำงาน เล่นเกม หรือใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
จุดเด่นคือพนักพิงที่รองรับหลังล่างและหลังกลาง เบาะที่ไม่ยวบจนเสียทรง ระบบเอนที่มั่นคง และการปรับระดับที่หลากหลาย ช่วยลดอาการปวดสะสม และทำให้การนั่งทำงานเป็นเรื่องสบายมากขึ้นในระยะยาว
อาการปวดหลังไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณแรงกว่านี้ การเปลี่ยนเก้าอี้ที่เหมาะสม อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพหลังที่ดีขึ้นในทุกวันทำงาน
สำหรับใครที่กำลังมองหาเก้าอี้เพื่อสุขภาพคุณภาพดี ที่ช่วยดูแลสรีระและลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานนาน ๆ เก้าอี้สุขภาพจาก TTRacing คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในยุคนี้ สามารถเยี่ยมชมเก้าอี้ทำงานได้ที่เว็บไซต์ TTRacing.co.th หรือสอบถามผ่านไลน์ @TTRacing รวมถึงเฟซบุ๊ก TTRacing Thailand ทีมงานพร้อมช่วยแนะนำรุ่นที่เหมาะกับสรีระของคุณ เพื่อให้คุณได้เก้าอี้สุขภาพที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนานที่สุด
พิเศษ! สั่งซื้อเก้าอี้เพื่อสุขภาพ ตอนนี้ รับส่วนลดพิเศษหรือของแถมฟรี! คลิกเพื่อสั่งซื้อเลย!
ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก TTRacing Thailand ได้ที่
Facebook: TTRacing Thailand
TikTok: TTRacing_Thailand (ช่องทางไลฟ์สด)
Instagram TTRacing_th
X: TTRacing
YouTube: TTRacing
Malaysia
Singapore
Indonesia
Philippines
Australia
United
States
United Kingdom
Singapore
Indonesia
Australia
United States
United Kingdom